[Fic L'Arc] What is Love? - Part 3 (แก้ไข)

posted on 17 Sep 2011 04:21 by hyukkie in MyFiction directory Fiction

 

[Fic L’Arc] What is Love?

 
(Saku/Yukkie, Ken/Tetsu, KAZ/Hyde)

by hyukkie~MAi~

ตอนอื่นๆ ※ My Fiction ※ 

 

Part 3

 

"มาช้าจังเลยนะครับ...อ้าว..เท็ตสึซัง...." คิชิทักเมื่อเห็นยุกกี้ แต่แล้วสายตาก็มองเลยไปเห็นอีกคนเดิมตามร่างเล็กมา

"ว่าไง ซื้อเกมส์รึยัง" ยุกกี้ทัก และยิ้มทักทายรุ่นน้อง

"ยังครับ.... แล้ว?..." คิชิตอบรับอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ลืมมารยาท โค้งทักทายให้เท็ตสึหนุ่มรุ่นพี่ที่ตนรู้จัก แม้จะไม่ค่อยสนิทกันก็ตาม

"วันนี้เท็ตจังจะมาช่วยลองเกมส์ด้วย แล้วเดียวซื้อเกมส์เสร็จแล้วค่อยไปกินข้าวกัน" ยุกกี้บอกกำหนดการให้คิชิรู้ทันที เพราะตอนที่อยู่ในรถเขาได้คุยกับเท็ตจัง จึงได้รู้ว่าร่างบางไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า ปกติเขาแค่กินช็อคโกแลตก็อยู่ได้ทั้งเช้าแล้ว แต่ด้วยความร่างบางก็มีเรื่องทุกข์ในใจอยู่แล้ว ยิ่งไม่ได้ทานข้าวอย่างนี้อีก เดี๋ยวจะยิ่งกลายเป็นแย่ทั้งกายและใจกันพอดี ยุกกี้เลยจะพาไปร้านอาหารเลย แต่ร่างบางก็ไม่ยอม เพราะเท็ตจังเกรงใจคิชิที่มารอเพื่อซื้อเกมส์ เขาจึงตัดสินใจไปร้านอาหารหลังซื้อเกมส์แทน

"อ้อครับ!" คิชิรับคำ แต่กลับยืนนิ่งเฉยด้วยความงง เขาไม่อยากเชื่อว่าเท็ตสึซังจะเล่นเกมส์!!!

"ไปกันเท็ตจัง" ยุกกี้ลากร่างบางให้เดินตามมา โดยไม่สนใจคิชิที่ยืนเอ๋ออยู่

"รอด้วยสิครับ!" คิชิรู้สึกตัวว่าตัวเองโดนทิ้งเลยรีบเดินตาม

ทั้งสามคนต่างเดินเลือกลองเกมส์อย่างสนุกสนาน แน่นอนว่าคิชิที่เด็กสุดในกลุ่มต้องโดนทั้งสองแกล้งเป็นธรรมดา ยังดีที่เขาไม่ได้ชวนไฮค์มาด้วย ถ้าเจ้าตัวเล็กมาไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะได้ออกจากร้านนี้เมื่อไร แล้วไหนจะขาประจำอย่างยุกกี้และคิชิมาทั้งที เจ้าของร้านย่อมเอาใจเป็นพิเศษ จนได้เกมส์มามากมาย โดยเฉพาะคนที่เด็กที่สุดในกลุ่ม

"คิชิคุง นี้จะเล่นคนเดียวหมดนี้เลยเหรอ?" เท็ตสึอดทักไม่ได้เมื่อเห็นเกมส์มากมายบนเคาน์เตอร์

"แน่นอนครับ! ผมกะว่าคืนนี้จะเล่นให้เคลียร์ทั้งหมดเลย!" คิชิพูดอย่างภูมิใจ แล้วหันมายิ้มให้ทั้งสองคน ทำให้ยุกกี้และเท็ตสึอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

"โห่~ ไม่เชื่อใช่มั้ย ว่าผมเล่นได้นะ!" พอเห็นทั้งสองหัวเราะเขาก็อดน้อยใจไม่ได้ จนหูตกคอตก ทั้งสองคนเห็นท่าทางงอยๆ ก็ยิ่งหัวเราะกันเข้าไปใหญ่

"เปล่า แค่นึกถึงใครบางคนที่แต่ก่อนก็เคยเป็นอย่างนี้เหมือนกันนะ" เท็ตสึหยุดหัวเราะก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นยิ้มให้ให้คนที่ตนแซวอยู่

"เอ๊ะ!  ใครเหรอครับ เท็ตซัง" คิชิมองอย่างสงสัย ก็เห็นร่างบางยังคงหัวเราะอยู่ แล้วจึงหันไปมองรุ่นพี่อีกคน เพื่อหาคำตอบ แต่ก็เห็นร่างเล็กหยุดหัวเราะทันที เขาเลยได้แต่มองทั้งสองคนสลับไปมา

".........หรือว่า......" คิชิพูดขึ้นอย่างสงสัย แล้วยกนิ้วชี้ไปที่ใครบางคน แต่ก็มีเสียงเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

"ไปกินข้าวเหอะ นี้มันจะหกโมงแล้ว" ยุกกี้รีบขัดคำพูดอีกฝ่าย ก่อนที่จะเดินนำหน้าไป

"อ่ะ! เดียวก่อนสิครับ ผมยังพูดไม่จบเลย!" คิชิรีบร้อนหยิบถุงเดินตามอีกฝ่ายที่นำหน้าตนไป ก่อนที่จะหันไปมองคนข้างๆ ที่ยังหัวเราะไม่เลิก เท็ตสึยิ่งเห็นปฏิกิริยาของยุกกี้ เขาก็ยิ่งอดที่จะขำไม่ได้

"ไปเร็ว เดียวโดนงอนหรอก" เท็ตสึตบบ่าอีกฝ่ายแล้วส่งยิ้มให้ แล้วเดินตามร่างเล็กไป   ________________________________________________________________________

"คิชิ นายจะเลิกขำได้รึยัง" ยุกกี้รู้สึกอาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังหัวเราะไม่เลิกตั้งแต่เข้ามานั่งในร้านราเม็งแล้ว เท็ตจังดันเล่าเรื่องน่าอายให้เจ้าคิชิฟังตอนเขาเดินหนีทั้งคู่ไป

"ฮ่ะฮะฮะ.....อ่ะ....ผมจะเลิกขำ.....หึหึหึ..." คิชิพยายามควบคุมแต่ก็หยุดไม่ได้จึงแอบขำออกมาอีก เขาไม่รู้เลยว่าแต่ก่อนยุกกี้ซัง รุ่นพี่ที่เขาเคารพรักจะเล่นเกมส์ข้ามวันข้ามคืน โดยไม่กินข้าว ไม่ลุกไปไหน เพราะเล่นเกมส์ไม่ผ่าน แถมยังพาลไม่พูดกับใครอีก ทำให้ทุกคนงุนงงกับพฤติกรรมไม่พูดไม่จาของมือกลอง จนเล่นเกมส์เคลียร์นั้นละ ถึงจะหันมาพูดคุยกับคนอื่นเป็นปกติ

ยุกกี้มองคิชิอย่างเจ็บใจเล็กๆ แต่ก็แก้ตัวไม่ออก เพราะเมื่อก่อนนั้นเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็จะให้เขาพูดอะไร ในสมองเขามีเรื่องเกมส์ให้คิดมากเกินจะไปคิดเรื่องคุยกับคนอื่น แค่ไม่กระทบกับเรื่องงานก็พอแล้ว แต่เห็นรุ่นน้องตัวเองขำขนาดนี้ เขายิ่งอายเข้าไปใหญ่  ยุกกี้จึงเปลี่ยนเรื่องแล้วหันไปสั่งอาหารกับพนักงานแทน ทั้งทีตัวเองยังไม่หิวแม้แต่น้อย เมื่อสั่งของตนเสร็จก็รีบอกให้พนักงานกลับไปที่เคาน์เตอร์  โดยไม่สนใจคนทั้งสองที่ยังหัวเราะกันไม่เลิก

"อ่ะ! เดียวก่อน...เอาเหมือนที่คนนี้สั่งอีกชามนะครับ" คิชิ รีบเรียกพนักงานกลับมา ก่อนที่จะสั่งอาหารแบบอีกฝ่ายด้วยความรีบร้อน

"สองชามเลยครับ" เท็ตสึก็มัวแต่หัวเราะจนไม่ได้สนใจเมนูอาหาร ก็เลยของแบบอีกฝ่ายไปเลยดีกว่า

ยุกกี้มองทั้งคู่อย่างเซงๆ ที่ยังหัวเราะเขาไม่เลิก แถมยังไม่คิดจะสั่งอาหาร ทั้งๆที่เขาพามาตั้งไกล เพราะร้านนี้บรรยากาศดีและอาหารอร่อย เท็ตสึจะได้ไม่หงุดหงิดเวลาคนเยอะอย่างทุกที

"ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยครับ ผมเคยทำงานพิเศษร้านนี้มาก่อน ก็เลยรู้ว่าเมนูที่ยุกกี้ซังมันอร่อย" คิชิคิดข้อแก้ตัวให้ตัวเองเสร็จสับ พอเห็นหน้าเซงของรุ่นพี่เขาก็รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่

"นายเนี่ยนะทำงานร้านอาหาร" ยุกกี้ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างคิชิจะทำร้านอาหาร ดูจากอาการซุ่มซามเป็นปกติแล้วไม่น่าจะทำได้เลย

"ใช่สิครับ ก็ตอนมาโตเกียวใหม่ๆ ผมไม่ค่อยมีเงิน เลยทำงานพิเศษหลายที่ ส่วนใหญ่ก็เป็น live house มากกว่า แต่ร้านนี้ผมก็ทำ...เป็นเด็กเสริฟ์นะ" คิชิพูดอย่างภูมิใจ เพราะตอนที่เขาเข้ามาอยู่โตเกียว โดยหวังว่าจะได้เดบิวและแสดงไลฟ์เป็นของตัวเอง ซึ่งมันไม่ง่ายเลย เขาเลยต้องทำงานพิเศษหาเงินใช้ไปก่อน

"เด็กเสริฟ์เหรอ.....หึหึหึ" ยุกกี้อดที่จะขำไม่ได้ เพราะตอนแรกๆ ที่เข้ามาอยู่ในวง acid android ที่เป็นวง solo ของเขา เจ้าคิชิก็ตื่นเต้นซุ่มซ่ามชนนู่นชนนี้ในห้องซ้อมตลอด

"นั้นสิ เป็นเด็กเสริฟ์จริงเหรอ?" เท็ตสึก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เช่นกัน เพราะแค่อยู่ในร้านเกมส์ตะกี้ เขาก็พอที่จะรู้พฤติกรรมของอีกฝ่ายแล้ว

"ไปเป็นเด็กล้างเขายังไม่กล้ารับเลย ทำจานเขาแต่หมดร้านเลยรึเปล่า หึหึหึ" ยุกกี้รีบเอาคืนที่โดนหัวเราะตะกี้ทันที

"อะไรกันครับ! ผมก็ทำได้นะ ไม่เชื่อถามเถ้าแก่ดูก็ได้!" คิชิงอนที่ทั้งสองไม่เชื่อในฝีมือของเขาเลยยยยยย

"หึหึหึ...เชื่อ.....เชื่อ....หึหึหึหึ" เท็ตสึเห็นท่าทางของคิชิ ก็ยิ่งขำมากกว่าเดิม

"มาแล้วครับ" พนักงานเสิร์ฟอาหารให้เสร็จ คิชิก็รีบสั่งเครื่องดื่มทันที โดยไม่สนใจคนทั้งคู่ “เบียร์สามแก้วเลยครับ” คิชิรีบสั่งเบียร์ทันทีทั้งๆที่รู้ว่ายุกกี้ซังไม่ดื่มแอลกฮอล์

“ของผมขอเป็นน้ำชาครับ” เท็ตสึรีบแก้เมนู เมื่อรู้ว่าตนโดนเด็กแกล้ง

ยุกกี้นั่งด้านในเลยไม่ได้ยินที่คิชิสั่งเลยไม่ได้สนใจ พอพนักงานเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่มอีกรอบ เขาจึงรู้ว่าโดนเด็กแกล้งซะแล้ว “สั่งมาก็กินเอง จ่ายเองนะ” ยุกกี้ส่งแก้วไปให้เจ้าคิชิทันที และสั่งโค้กกับพนักงานทันที

“อะไรอ่ะ ผมอุตส่าห์หวังดีสั่งเพื่อยุกกี้ซัง~~” คิชิได้ทีเอาใหญ่ ยิ้มหน้าบานให้อีกฝ่าย ที่ทำหน้าเซงใส่ตน

ยุกกี้ไม่สนใจ แต่กลับกินอาหารต่อ บทสนาต่างๆ ลื่นไหลออกมาเรื่อยตามจังหวะ ทั้งสามพากันพูดคุยเรื่องจิปาถะต่างๆ อย่างสนุกสนาน และคนที่เด็กที่สุดในกลุ่มก็ยังสั่งอาหารอื่นๆ มากินต่อเรื่อยๆ ส่วนคนที่บอกว่าไม่หิวก็เล่นกินเหลือครึ่งชาม จนต้องให้หัวหน้าวงมากำกับสั่งอีกฝ่ายให้กิน

"ไปเถอะ เดี๋ยวมีนัดกับโทโมะอีก" ยุกกี้มองเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่ในร้าน แล้วเรียกพนักงานมาเก็บเงิน

"หืม โทโมะซัง เหรอครับ?" คิชิถามชื่อที่ได้ยินจากปากอีกฝ่ายอย่างสงสัย พลางหยิบกระเป๋าตังค์ออกมา เท็ตสึก็หยิบกระเป๋าเตรียมออกมาจ่ายเงินเช่นกัน

"ฉันจ่ายเอง" ยุกกี้รีบเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน และส่งเงินให้พนักงานไป

"แต่ว่า......" เท็ตเอ่ยอย่างลำบากใจ เพราะวันนี้เขารบกวนอีกฝ่ายมาทั้งวันแล้ว

"เอาน่า ฉันเป็นคนชวนให้พวกนายมาเที่ยวนะ เพราะงั้นฉันออกเอง" ยุกกี้ส่งยิ้มให้อีกฝ่าย แล้วจึงค่อยรับเงินถอนมาจากพนักงาน

".......แล้ว เรากำลังจะไปไหนเหรอครับ" คิชิถาม เมื่อเห็นยุกกี้เก็บกระเป๋าตังค์ แล้วลุกขึ้นยืน

ยุกกี้ไม่สนใจคำถามของรุ่นน้อง แต่เดินออกมาจากร้านทันที พร้อมกันหันมาเร่งให้ทั้งสองเดิมตามตนเร็วๆ

"คิชิ นายเอารถมาเองรึเปล่า" ยุกกี้ถามเมื่อทั้งสามเดินมาถึงยังลานจอดรถ

"ครับ" คิชิหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้อีกฝ่ายดู

"งั้นนายขับไปเองรึกัน ที่คลับ xxx ถ้าถึงก่อนก็เข้าไปหาโทโมะได้เลย" ยุกกี้จูงมือหัวหน้าวงร่างบางให้เดินตามตนมา ปล่อยให้คิชิยืนงงๆ ก่อนที่จะเดินแยกไปอีกทางที่ตนจอดรถของตนทิ้งไว้

ส่วนยุกกี้ก็เดินตรงไปยังรถของตนเช่นกัน ทั้งสองคนต่างขึ้นรถโดยไม่มีคำพูดใดๆ เพราะเท็ตสึคิดว่าถามไปยุกกี้ก็คงไม่ตอบอยู่ดีว่าไปไหน เจ้าตัวเลยเปิดวิทยุเพื่อฟังเพลงแทน โดยที่คิดเรื่องคนที่ทำให้เขาต้องมาหายุกกี้วันนี้....

"เท็ตจัง"

"หืม" เท็ตหันมามองตามเสียงเรียกอย่างสงสัย

"อย่าหนี........เผชิญหน้ากลับมัน.......อย่าเก็บความทุกข์ไว้" ยุกกี้คิดถึงภาพเมื่อเช้าที่เท็ตจังมาหาเขา กับแผนการที่เขาวางไว้ตอนที่เคนจังโทรมา เขาไม่อยากให้ทั้งคู่ทะเลากันแบบนี้เลย

เท็ตสึได้ยินเสียงของอีกฝ่ายไม่ชัด จึงปิดเสียงวิทยุลง “ว่าไงนะยุกกี้”

"เดียวพวกเราจะไปเจอเคนจัง" ยุกกี้หยุดรถเมื่อเห็นสัญญาณไฟจารจร จึงหันไปคุยกับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง

เท็ตสึไม่คาดคิดว่าเขาต้องเจอเคนเร็วขนาดนี้ เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเคน ความรู้สึกที่เขามีให้เคนจังมันมากเกินไป.... ยิ่งคิดถึงภาพเมื่อวานที่ได้เห็น อารมณ์ต่างๆ มันก็ยิ่งจะทะลักออกมา

"ปลดล็อคยุกกี้ ฉันจะลง!" เท็ตสึขยับมือไปหมายที่จะเปิดประตูรถออก แต่ก็เปิดไม่ออก

ยุกกี้เคลื่อนรถออกไป เมื่อเห็นไฟสัญญาณไฟจราจรที่เปลี่ยนสี เท็ตสึยิ่งรู้สึกใจไม่ดี เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังขับรถต่อไป เขาจะทำอย่างไง ถ้าเจอเคนจัง ถ้าเคนจังบอกว่าเบื่อเขาแล้วละ.....

"ยุกกี้! จอดรถฉันจะลง!" ยิ่งเขาคิดมากเท่าไร น้ำตามันก็ยิ่งจะไหลออกมา

"เท็ตจัง..............พวกนายต้องคุยกัน......นายจะเก็บความทุกข์ไว้ทำไม" ยุกกี้เห็นน้ำตาของอีกฝ่าย เขาก็ยิ่งต้องทำให้ทั้งคู่กลับมาเข้าใจกันให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องทำลายความรู้สึกของร่างบางก็ตาม

"ไม่! ยุกกี้ จอดรถ! ฉันยังไม่พร้อม! นายเข้าใจมั้ย!...ฉะ..ฉันยังไม่อยากเจอหน้าเข้าตอนนี้!" เขากลัว ถ้าหากว่าสิ่งที่เขาทำกับเคนจังมาตลอด 7 ปี กลายเป็นความทรงจำที่เขาจะไม่มีวันมีอีกแล้วละ.......ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา ไหนจะความสัมพันธ์ของผู้ชายทั้งคู่ที่สังคมจะไม่ยอมรับอีกละ.....

"นายไม่เข้าใจความรู้สึกของฉัน! ฉันกลัวที่จะได้ยินคำบอกลาของเขา! นายเข้าใจมั้ย......." เขารู้สึกท้อแท้ สับสนเกินกว่าที่จะเข้าใจในความหวังดีของยุกกี้ "ขอร้องนะ........ฉันยังไม่อยากเสียความสุขนั้นไป" เขายังต้องการความทรงจำเหล่านั้นไว้ ถ้าเคนจังจะทิ้งเขาไป.......เขาขอไม่รับรู้ดีกว่า.......

ยุกกี้เลี้ยวรถเข้ามายังลานจอดรถของคลับ เขาไม่คิดเลยว่าหัวหน้าวงที่แสนเข้มแข็งจะกลายเป็นคนท้อแท้ขนาดนี้ เขารู้ว่าเรื่องเคนจังเป็นจุดอ่อนของร่างบาง......เขาอยากเห็นเท็ตจังคนที่มุ่งมั่นและร่าเริงมากกว่า

"เท็ตจัง.......นายต้องคุยกัน...ไม่งั้นนายก็จะเสียความสุขนั้นไป"

"แต่..........ฉันไม่อยากเสียเคนไปตอนนี้" ความกลัวในสายตาของร่างบาง ทำให้ยุกกี้รู้สึกทนไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เพื่อเพื่อน

"ขอโทษนะ เท็ตจัง" ยุกกี้กระซิบเบาๆ ก่อนที่จะเอนตัวเขาหาอีกฝ่ายเล็กน้อย และก้มหน้าลงบนซอกคอขาวของร่างบาง แล้วจูบจนเป็นรอยแดง

เท็ตสึไม่ทันตั้งตัว เพราะงงกับคำขอโทษ ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นการการะทำของอีกฝ่ายของอีกฝ่าย "ยุกกี้!"

"เอาล่ะ ถ้าเคนเห็นรอยนี้แล้วไม่โกรธ.... นายค่อยมาร้องไห้" ยุกกี้มองผลงานรอยแดงที่คอของร่างบาง แล้วเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่อยู่บนหน้าร่างบางออกช้าๆ เขาสงสารที่ร่างบางคิดมากขนาดนี้ อย่างไงก็ต้องให้ทั้งคู่เข้าใจกันให้ได้ เมื่อเห็นร่างบางยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมลงจากรถ เขาจึงลงไปเปิดประตูอีกฝั่งให้

"มั่นใจในความรักของตัวเอง เท็ตสึยะ" ยุกกี้จับมือให้ร่างบางก้าวออกมาจากรถ ถึงแม้จะอิดออดแต่เขาก็ยังพาลงมาได้ ยุกกี้ทั้งกึ่งลากกึ่งจูงร่างบางให้เดินตามตนมาจนถึงทางเข้า และยังคงจับมือไว้เมื่อเดินเข้ามาในร้าน แล้วเดินตรงไปยังส่วนในของร้านที่เป็นที่ประจำ จึงเห็นโทโมะและคิชินั่งคอยอยู่แล้ว พร้อมกับแก้วเหล้าที่อยู่ในมือ

"ช้าจังครับ" คิชิเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินมายังโต๊ะ ที่มีโซฟาแบบครึ่งวงกลม คิชิและโทโมะจึงเขยิบเข้าไปตรงกลาง ทำให้ยุกกี้ต้องไปนั่งข้างโทโมะแทน

"เอ้า! ยุกกี้! เท็ตสึ!" โทโมะ ยกแก้วเหล้า และโค้กให้ทั้งสองคน แล้วส่งยิ้มให้

"ไลฟ์ยังไม่เริ่มเหรอ โทโมะ" ยุกกี้รับแก้วโค้กมาอย่างยินดี ก่อนที่จิบช้าๆ ต่างกับอีกคนที่รับมาแล้วแต่ยังคงก้มหน้านิ่ง แต่ก็ยิ้มขอบคุณให้อีกฝ่าย

"อืม เลื่อนไปเป็น 4 ทุ่ม กะจะโทรบอกนาย แต่โทรไม่ติด" โทโมะว่าพลางจุดบุหรี่ แล้วเอนหลังพิงโซฟาแล้วปล่อยควันออกมา

"โทษที ลืมเปิดเครื่อง" ยุกกี้คิดขึ้นได้ว่าเขาปิดเครื่องไว้ ก็หยิบมือถือออกมาดู พอเห็นหน้าจอ เขาก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ และเมื่อเห็นหน้าเศร้าๆ ของร่างบาง เขาก็ส่งมือถือให้อีกฝ่ายดู  

เท็ตสึรับมือถือของยุกกี้มาอย่างงงๆ พอเห็นอีกฝ่ายชี้ให้ดูหน้าจอ เขาก็ก้มลงดู  'เคน โทรหาคุณ 77 ครั้ง เมื่อเวลา........ ' เท็ตสึได้แต่อึ้ง เพราะไม่คิดว่าเคนจังจะโทรหามากมายขนาดนี้ มือถือของเขาก็ทิ้งไว้ในรถของเคนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พอเงยหน้ามาก็เห็นเจ้าของมือถือส่งยิ้มให้

"นี้แหละ เหตุผลที่ปิดมือถือ" ยุกกี้ยืนยันบอกเหตุผล แต่แล้วโทรศัพท์ที่อยู่ในมือร่างบางก็สั่นขึ้น ทำให้คนที่ถืออยู่สะดุดเล็กน้อย พอก้มลงมองหน้าจอ เขาก็รีบส่งกลับไปให้เจ้าของมือถือทันที

พอยุกกี้เห็นว่าใครโทรมา เขาก็รีบรับสาย และลุกขึ้นเดินมายังอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ ก็ยกมือไล่ๆ ให้เพื่อนเขยิบเข้าไป เพราะกลัวร่างบางจะหนี และแผนจะเสียหมด

"นายอยู่ไหน!" เคนพูดอย่างอารมณ์เสีย เพราะทั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ติดต่อกับอีกฝ่ายไม่ได้เลย ทั้งๆ ที่เขาเป็นห่วงร่างบางมาก โทรหาใครก็ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ทีไหน ก็มีแต่ยุกกี้ที่เหมือนจะรู้บ้างอย่าง แต่ไม่ยอมบอกเขา

"อยู่ในร้าน... มาถึงยัง...." ยุกกี้พูดเสียงนิ่ง ไม่สนใจอารมณ์โกรธที่ส่งมาตามสาย และเกือบจะขำออกมา เมื่อเห็นเท็ตจังส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

"ก็มาถึงแล้วไง! อยู่หน้าร้านเนี่ย!" เคนยิ่งอารมณ์เสียหนักขึ้น เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย

"โต๊ะในสุดของร้าน" ยุกกี้พูดเสร็จก็วางสาย เท็ตสึพอได้ยินว่าเคนกำลังจะเข้ามาในร้านก็รีบลุกขึ้นยืนทันที ไม่...อย่างไงเขาก็ยังไม่พร้อม!

ยุกกี้นั่งนิ่งไม่สนใจร่างบางที่พยายามจะลุกออกจากโต๊ะทั้งๆ ที่มีเข้าขว้างทางไว้  โทโมะและคิชิที่กำลังคุยกันอยู่ก็หันมามองทั้งสองคน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเมื่อมีรุ่นน้องเข้ามาทักทาย จึงลุกจากโต๊ะไปทั้งคู่ ยุกกี้สบตากับอีกฝ่ายที่จะลุกเดินไปพร้อมกับโทโมะและคิชิ

"เท็ตจัง!" พอเคนเห็นคนรักของตนก็รีบเข้ามาหาทันที

เท็ตสึที่สบตามองกับยุกกี้อยู่ถึงกับสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูเรียกชื่อของตน จึงรีบหันไปมองทันทีด้วยความกลัว ยุกกี้ก็หันไปมองคนมาใหม่เช่นเดียวกัน ในสมองก็เตรียมแผนการไว้เรียบร้อย

"เท็ตจัง.......เมื่อวานมันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ.......ฉันอธิบายได้..." เคนเดินเข้ามาใกล้โต๊ะแล้วจ้องมองร่างบางที่หันหน้าหนีตนไป เขาอยากจะอธิบายความเข้าใจผิดของเมื่อวานให้อีกฝ่ายเข้าใจจะตายอยู่แล้ว เขาไม่ได้ไปนัวเนียกับเธอเลย เธอเมาแล้วเขามาจูบเขาเองต่างหาก! "มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ" เมื่อเห็นร่างบางไม่ยอมมองหน้าตน เคนจึงเอื้อมมือไปจับมือร่างบางเพื่อความมั่นใจ

"มันไม่ผิดหรอก....ก็เห็นอยู่........แล้วก็ปล่อยมือด้วย" เท็ตสึหันหน้ามามองคนรักของตนด้วยเสียใจ แต่ก็พยายามที่จะขมน้ำตาที่อยากจะไหลออกมาไว้

เคนยิ่งหัวเสียหนัก เมื่อคนรักของเขาไม่คิดที่จะถามความจริงกับเขาเลย แต่ชอบกลับไปคิดเองคนเออเองคนเดียว และยิ่งพยายามจะดึงมือออกจากเขาอีก เขาจึงยิ่งจับมือแน่นและดึงร่างบางให้เขาหาตน เขาอยากจะสบตาให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาพูดจริง จึงพยายามจะให้คนรักสบตากับเขาให้ได้ "ไม่ปล่อย! แล้วเมื่อวานมันไม่ใช่...." เคนชะงักทันที เมื่อก้มลงไปเห็นรอยแดงที่คอของคนรักของตน

"นี้มันอะไร......" เคนถึงกับงง เพราะเขากับเท็ตจังสัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่มีอะไรกันตั้งแต่เดือนที่แล้ว เพราะเท็ตจังต้องเตรียมงานเบื้องหลังของไลฟ์ครบ 15 ปี จึงไม่ยอมให้เขาทำอะไร แล้วรอยจูบนี้มันมาจากไหน!

ร่างบางพยายามขืนตัวออกมาจากอ้อมแขนเคนจัง ทำให้มือของเคนที่เอื้อมมาจะจับที่รอยแดงนั้นไปสัมผัสกับสร้อยที่อยู่ข้างๆ แทน

"........สร้อยเส้นนี้......." เคนจับจี้ที่อยู่กับสร้อยขึ้นมาช้าๆ อย่างพิจารณา เพราะเขารู้สึกคุ้นตาเหลือเกิน

"....ของฉันเอง..." ยุกกี้ลุกขึ้นยืนระหว่างทั้งสองคน และจับมือร่างบางอีกข้างไว้

"ไหนๆ นายก็ไม่ให้ความสำคัญกับเขา....ก็ยกให้ฉันรึกัน" ยุกกี้สบตากับเคนนิ่ง ก่อนจะยกมือที่กุมร่างบางขึ้นมาให้อีกฝ่ายดู

".........รอยนี้นายทำ....." เคนไม่เข้าใจที่ร่างเล็กมือกลองบอก แต่ก็นึกถึงสร้อยเส้นนี้ที่เห็นยุกกี้ใส่เป็นประจำได้

"ใช่.......ถ้านายจะไม่ว่าก็ปล่อยมือได้แล้ว...."

ยุกกี้ยังเห็นเคนมัวแต่อึ้ง ทำไรไม่ถูก เขาก็ได้แต่เหนื่อยใจ จึงกระตุ้นด้วยการหอมแก้มร่างบางเพิ่ม คร่าวนี้ถ้ายังอึ้งอยู่ มีหวังเท็ตจังได้ร้องไห้อีกแน่

เคนมัวแต่อึ้งเมื่อเห็นมือของยุกกี้ที่จับอยู่ สมองก็เริ่มประมวลผล.....จับมือ....รอยจูบ............หอมแก้ม!

"ผลั่ก!" เคนชกร่างเล็กเต็มๆ ที่ใบหน้า

ยุกกี้คิดแล้วว่าต้องเจอแบบนี้ เขาเลยรีบปล่อยมือร่างบาง เพื่อให้ไม่ล้มตามลงมาด้วยอีกคนทันที ทำให้หลังไปกระแทกกับมุมของโซฟาอย่างแรง

อารมณ์โกรธ หึง ยังไม่ยอมหมดลงด้วยหมัดเดียว เคนจึงเดินเข้าหาอีกฝ่ายหมายจะยกให้หายแค้น

"หยุดนะ! เคนจัง!" เท็ตสึรีบเข้าไปดึงเคนไว้ทันที เมื่อเห็นว่าเรื่องยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ ตอนแรกเขาก็แค่คิดว่าปล่อยให้ยุกกี้ช่วย แต่เขาไม่คิดว่าร่างเล็กจะไปยั่วโมโหคนรักของเขาอย่างนี้

เคนหยุดตามแรงดึงของร่างบาง ใจจริงเขาอยากจะเข้าไปชกร่างเล็กอีกสักหมัด แต่พอเห็นสีหน้าของคนรักของตน เขาจึงได้แค่หยุด "เขาเป็นของฉัน...... และฉันไม่คิดจะยกเขาให้ใคร!" เคนตะโกนใส่ร่างเล็กที่พิงโซฟามองหน้าตนอยู่ จึงหันมาดึงสร้อยที่อยู่บนคอร่างบางออก และทิ้งลงพื้นตรงหน้าอีกฝ่าย พร้อมกับดึงร่างบางให้เดินตามตนออกจากร้านไป

"ยุกกี้! ขอโทษนะ!" เท็ตสึพยายามที่จะหันมาคุยกับร่างเล็ก แต่ก็ไม่เป็นผล ต้องเดินตามแรงดึงของร่างสูงไป แต่ก็ยังเห็นร่างเล็กโบกมือให้พร้อมรอยยิ้มบนหน้า

"เฮ้ย! ยุกกี้! " โทโมะรีบเข้ามาดูอาการของเพื่อนตนทันที เมื่อเห็นเคนและเท็ตสึเดินออกไปจากร้านแล้ว โดยที่คิชิก้มลงมาดูด้วยความเป็นห่วงอีกคน

"ไม่เป็นไร.....แค่นี้เอง" ยุกกี้ยิ้มให้ทั้งสองคน แล้วใช้มือเช็คเลือดบนริมฝีปากออก แค่นี้นับว่าคุ้มสำหรับความสำเร็จ.... เท็ตจังจะได้เลิกคิดมากสักที ยุกกี้พยายามที่จะใช้แขนพยุงตัวขึ้น

โทโมะจึงเข้ามาช่วยพยุงให้อีกฝ่ายนั่งลงบนโซฟา คิชิเองก็เก็บสร้อยที่ตนเห็นยุกกี้ใส่เป็นประจำขึ้นมาให้อีกผ่าย

"ขอบใจคิชิ" ยุกกี้ยิ้มให้เจ้าคิชิ ที่ตีหน้าเครียดมองเขา ยุกกี้รับสร้อยจากอีกฝ่ายมาวางลงบนโต๊ะ แล้วจุดบุหรี่ขึ้น ทั้งสองคนจึงนั่งลงตาม

"มีอะไรจะเล่าให้ฟังไหม" โทโมะถามเสียงเรียบ จ้องมองร่างเล็กที่สูบบุหรี่โดยไม่สนใจริมฝีปากที่แตกจนเลือดออกเลย

".......สองคนนั้นทะเลาะกัน ฉันก็เลยช่วยให้คืนดีกัน...." ยุกกี้ไม่เห็นเหตุผลที่ต้องเล่าละเอียด เพราะเรื่องของสองคนนั้นยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งดี ถ้ามีข่าวออกไปจะยิ่งมีแต่เสีย

"แล้วทำไมนายต้องโดนชกด้วยละ" โทโมะยังคงไม่ยอม เพราะตอนที่เกิดเรื่อง   เขาก็ไม่ได้อยู่รับรู้เหตุการณ์จนเห็นเคนชกยุกกี้นั้นละ เขาถึงรู้ว่ามีเรื่องกัน

คิชิเองก็อดที่จะหงุดหงิดอีกคนไม่ได้ เพราะเขารู้ว่ายุกกี้ซังไม่ใช่คนที่จะไปทำให้ใครโมโห แล้วไหนจะเคนซังที่ไม่ใช่เป็นคนชอบใช้กำลังอีกด้วย

ยุกกี้ไม่สนใจคำถามของอีกฝ่าย แต่ยกแก้วเหล้าของเท็ตจังขึ้นดื่มแทน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบรสชาติของแอลกฮอล์ แต่นี้ก็เป็นเวลาที่ควรจะฉลองให้ทั้งคู่ ดื่มหน่อยก็คงไม่เป็นไร ยุกกี้ยกแก้วขึ้นดื่มเข้าไปนิดหนึ่ง ก่อนที่จะทำหน้าแหย่ๆ ออกมา เพราะความขม และความแสบบนริมฝีปาก

"ไม่ชอบดื่มแล้วยังจะดื่มอีก เอ้านี่โค้ก.." โทโมะส่งโค้กให้อย่างรู้งาน เพราะแอลกฮอล์แค่ 5% ร่างเล็กยังไม่กินเลย นั้นนะจินเข้มข้น

ยุกกี้รับแก้วโค้กที่อีกฝ่ายยื่นให้อย่างยินดี เขากะจะกินล้างรสชาติแอลกฮอล์ แต่พอดื่มไปได้สักพักก็ต้องร้องออกมาเบาๆ กับความแสบแผลในปาก ดูเหมือนว่าปากจะแตกทั้งข้างนอกข้างในเลย

"เป็นไรรึเปล่าครับ ยุกกี้ซัง" คิชิ ที่เห็นอีกฝ่ายชะงักไป แล้วถามด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นไร.....แค่แสบหน่อยๆ" ยุกกี้ยิ้มให้อีกฝ่ายสบายใจ ก่อนที่จะสังเกตเห็นสร้อยที่ตนวางไว้บนโต๊ะ จึงเอื้อมมือไปหยิบมาช้าๆ อย่างระวัง จึงเห็นว่ามีเพียงตะขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เสียหาย จึงยิ้มขึ้นอย่างโล่งใจ แล้วใส่ลงในกระเป๋าเสื้อ

เสียงดนตรีดังขึ้นหน้าเวทีบ่งบอกถึงความสนุกสนานที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เรียกความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี ผู้คนต่างพากันทยอยไปยังหน้าเวที และรวมทั้งโต๊ะของยุกกี้เช่นกัน แต่กลับมีคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้ใส่ใจเสียงดนตรี แต่สายตากับจับจ้องไปที่ร่างเล็กตลอดเวลา

________________________________________________________________________

"ผมกลับแล้วนะครับ" คิชิเอ่ยขึ้น เมื่อไลฟ์เล็กๆ ที่จัดขึ้นหน้าเวทีจบลง และผู้คนบางส่วนก็เริ่มที่จะทยอยออกจากร้านกันแล้ว แต่พวกนักดนตรี และพวกชอบเที่ยวก็ยังคงอยู่ในร้านเยอะพอสมควร

"จะรีบไปไหน พึ่งจะตีหนึ่ง นัดสาวไว้รึไงคิชิ " โทโมะที่เดินกลับมาทีโต๊ะและกำลังนั่งดื่มอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวขึ้นมา เพราะไม่กี่วันก่อนหน้านี้คิชิถูกผู้หญิงเข้ามาจีบ ทำให้คิชิหันไปแขวะอย่างรวดเร็ว

"....ยุกกี้ซัง คราวนี้ผมเลี้ยงคืนนะ ส่วนคุณ....จ่ายเอง!" ว่าจบคิชิก็เดินตรงออกจากร้านไปเลย

ยุกกี้มองตามอย่างเหม่อๆ พลางถือแก้วโค้กในมือเล่นไปมา ก็อดคิดถึงท่าทางของคิชิไม่ได้ คิชิคนที่สุภาพมาตลอด ไม่ว่าจะกับใคร แต่พอกับโทโมะที่อายุมากกว่าตน ก็ดูจะไม่ค่อยให้ความเคารพอยู่คนเดียว ทั้งทีทั้งสองชอบทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ก็ยังชอบไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ

โทโมะหงุดหงิดที่เจ้าคิชิไม่ยอมอยู่เป็นเพื่อนเขา ทั้งๆ ที่ตอนแรกก็บอกว่าจะไปต่อที่อื่นกันด้วยซ้ำ ทำให้เขาอดเซงไม่ได้ "....ฉันกลับบ้างดีกว่า....นายจะกลับยัง"

ยุกกี้พยักหน้ารับให้อีกฝ่าย เพราะอย่างไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แอลกฮอล์เขาก็ไม่กิน ดนตรีก็จบแล้ว รุ่นน้องนักดนตรีก็ไม่ค่อยกล้ามาคุยกันเขา

“งั้นไปก่อนนะ แล้วค่อยเจอกัน” โทโมะโบกมือลาร่างเล็กและลุกออกไปก่อน

ยุกกี้มองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างงงๆ ว่าจะรีบไปไหนกัน แต่พอคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ก็อดไม่ได้ที่คิดออกมา 'หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกนะ' ยุกกี้วางแก้วลง และตัดสินใจที่จะกลับเช่นกัน จึงเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่ตนวางไว้บนโต๊ะ และกำลังจะลุกขึ้น แต่ก็มีเสียงทักดังขึ้นจากโต๊ะที่ตนพึ่งลุกขึ้นมาก่อน

"จะรีบไปไหนละ......"

________________________________________________________________________
 
 
โอ้ยยยยยย กว่าจะแก้เสร็จ~~~~~
ขอโวยวายเล็กน้อยยย ทำมาตั้งแต่เที่ยงคืน ปาไปตี่สี่ครึ่ง Foot in mouth บ้ามากๆ
A4  แค่ 9 หน้า ทำไมทำนานอย่างนี้เนี่ยยยยยย
เราเปลี่ยนสำนวนให้มีช่องความคิดอยู่ด้วยนะ (บางทีอาจจะไม่รู้สึก Foot in mouth แต่ก็เปลี่ยนแล้วน่าาาา)
 
สำหรับใครที่ไม่รู้จักวง acid android ของยุกกี้นะ สมาชิกมีดังนี้
- คิชิ (กีต้าร์) เด็กๆ ประมาณ 20 กว่าๆ 
- โทโมะ (เบส) รุ่นเดียวกะยุกกี้
- ยาสุ (กลอง)
- แอ๊นซ์ (กีต้าร์)
 
 
 
 
@TiGGeR-L 
aa ของพี่กี้นี้ฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ 5555+ แต่เราก็ดันซื้อ DVD แผ่นญี่ปุ่นมา Foot in mouth
ฟังได้อยู่เพลงเดียว Let's dance~~~~
 
 

Comment

Comment:

Tweet

acid android ยุกกี้ร้องเพลงได้เมาและเถื่อนมากอะ >w<

ลุงเคนนนนนนนนนนนนนนน
ต่อยมาได้ยุกกี้ตัวเล็กนิดเดียวเองนะ TT[]TT
ใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยยย

ยุกกี้พ่อพระ ผู้ทำให้สารมีภรรยาคืนดีกัน

#1 By TiGGeR-L on 2011-09-17 22:41

Tags